[SF] the MEMORIAL. {Amber x Victoria}

posted on 19 Sep 2009 01:57 by nakame-iiz  in ShortFic

TITLE : the MEMORIAL.
TYPE  : Short Fiction
Couple  : Amber X Victoria
Author : *NakaMe-iiZ*

------------------------------------------------------------------

 

 

นานเท่าไหร่แล้วนะ .. ที่ไม่ได้กลับมาเหยียบผืนแผ่นดินนี้
นานเท่าไหร่แล้ว .. ที่ไม่ได้กลับมาสูดอากาศบริสุทธิ์ที่คุ้นเคย 

 

 

หญิงสาวเดินทอดน่องไปตามริมชายหาดสีขาว เงยหน้ารับลมที่กำลังพัดโบกโชยเบา ๆ ใบหน้าเนียนสวยเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มบาง ๆ
เมื่อหวนนึกถึงวันวานเก่า ๆ ที่เต็มไปด้วยความทรงจำของที่แห่งนี้ สถานที่ที่อยู่มาตั้งแต่เกิด  สถานที่ที่เคยมีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น ทั้งสุขและทุกข์ ..

น้ำทะเลใสที่ได้สัมผัสทีไรก็รู้สึกสดชื่นทุกครั้งไป หาดทรายกว้างที่ใช้แทนสนามแข่งวิ่งเมื่อตอนเด็ก ๆ   ชิงช้ายักษ์ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ต้องมานั่งเล่นทุกครั้งหลังเลิกเรียน โขดหินทั้งใหญ่ทั้งเล็กที่เคยใช้เป็นที่ซ่อนตัวเมื่อเล่นซ่อนแอบ


ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม สิ่งที่จะเปลี่ยนไปก็เห็นจะมีแต่กาลเวลา และความรู้สึกของใครบางคน

 


“หนู .. นั่นใช่หนูวิคตอเรียหรือเปล่า?”
หญิงสาวร่างบางหันไปตามต้นเสียง  ก่อนจะผุดรอยยิ้มหวานออกมา รอยยิ้มที่ใครเห็นก็ต้องหลงรัก

“คุณป้า~”
วิคตอเรียโผเข้ากอดร่างของหญิงชราที่เดินเข้ามาทัก ด้วยความคิดถึง

“กี่ปีแล้วนะ ที่หนูวิคตอเรียไม่ได้กลับมาที่นี่”

“3 ปีค่ะ 3 ปีมาแล้ว .. หนูดีใจจังที่คุณป้ายังไม่ลืมหนู”

“ใครจะลืมหนูลงกันล่ะ ทุกคนที่นี่เค้าก็ยังคิดถึงหนูกันทั้งนั้น ”
น้ำเสียงของคุณป้า ออกจะสั่นเครือเล็กน้อย วิคตอเรียได้แต่ยิ้มอย่างกลั้นความสุขเอาไว้ไม่อยู่
มือหนึ่งยื่นไปรับของจากมือของคุณป้ามาถือไว้ในมือเองไว้ซะหมด

“ให้หนูเดินไปส่งคุณป้าที่บ้านนะคะ”
หญิงชรายิ้มให้วิคตอเรียอย่างอ่อนโยน วิคตอเรียยังคงเหมือนเดิม มีน้ำใจและชอบช่วยเหลือคนอื่นอยู่เสมอ


วิคตอเรียเดินผ่านบ้านเรือนที่ทุกอย่างยังเป็นระเบียบเหมือนเดิม ถึงแม้จะดูเก่าลงไปบ้าง แต่ก็ยังคงรับรู้และรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น

“หนูวิคตอเรียจะกลับมาอยู่ที่นี่หรือจ๊ะ?”

“ไม่หรอกค่ะ หนูแค่กลับมาเยี่ยมคุณป้าเฉย ๆ หนูคิดถึงคุณป้าจะแย่”
วิคตอเรียเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ้อน ๆ

“ปากหวานไม่เปลี่ยนนะเรา”
เสียงหัวเราะระหว่างบทสนทนาดังขึ้น  วิคตอเรียเดินกับคุณป้ามาเรื่อย ๆ จนกระทั่งมาหยุดสายตาลงที่บ้านหลังหนึ่งบ้านหลังที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี บ้านหลังเก่าที่วิคตอเรียเคยอาศัยอยู่

 

“ตั้งแต่พวกหนูย้ายกันออกไป บ้านหลังนี้มันก็ดูเศร้า ๆ ไปเลยนะ”
วิคตอเรียทอดสายตามองออกไป พร้อมคลี่ยิ้มออกมาช้า ๆ  ใช่ .. บ้านหลังนี้มันดูเศร้าจริง ๆ อย่างที่คุณป้าว่าไว้

“แล้วหนูยังติดต่อกับเจ้าเด็กแสบข้างบ้านนี่อยู่หรือเปล่า?”
วิคตอเรียส่ายหน้าเบา ๆ แววตาหวานหรี่แสงลง เมื่อคิดถึงใครอีกคน คนที่คุณป้ากำลังพูดถึง

“วันนี้เป็นวันเกิดของเจ้าหนูแอมเบอร์นี่นา ปกติเค้ากลับมาที่นี่ทุกปีเลยนะ ไม่รู้ว่าปีนี้จะมาอีกหรือเปล่า”


“เค้าสบายดีใช่มั๊ยคะ”
เงยหน้าขึ้นมาเหลือบมองคุณป้า แล้วถามด้วยน้ำเสียงที่แหบเบา

“เค้าดูโตข้นเยอะเลยล่ะ ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก แทบไม่เหลือคราบของเด็กสุดซนคนนั้นเลย”
คุณป้าพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ผิดกับคนฟังที่แสดงสีหน้าหม่นลงได้ชัด


.

 

ตอนนั้น เป็นที่รู้กันไปทั่วแทบทั้งหมู่บ้านว่า 2 คู่หูพี่น้อง วิคตอเรียกับแอมเบอร์นั้นสนิทกันขนาดไหน
ที่ไหนมีวิคตอเรียแน่นอนว่าที่นั่นจะต้องมีแอมเบอร์อยู่ด้วย ตัวติดกันตลอดเวลาแทบไม่เคยห่าง

ยังจำได้ว่ามีอยู่ครั้งนึงวิคตอเรียป่วยหนักมาก ไข้ขึ้นสูงจนแทบลุกไม่ไหว แอมเบอร์ตกใจมาก
เลยคอยนอนเฝ้าวิคตอเรียอยู่ข้างเตียงไม่ยอมลุกไปไหนเลยด้วยซ้ำ

“แอมเบอร์ไปเรียนเถอะ เราอยู่คนเดียวได้”
น้ำเสียงอู้อี้พยายามเปล่งออกมา ไม่อยากให้คนคนนี้ต้องเสียการเรียนเพราะตัวเองที่กำลังป่วย

หนังสือหนังหาไม่ยอมไปร่ำไปเรียน
เพราะอ้างว่า ถ้าวิคตอเรียไม่ไปเรียน แอมเบอร์ก็จะไม่ไปเรียนเหมือนกัน

“ไม่ได้! ถ้าเธอตื่นนอนขึ้นมาแล้วไม่มีใครหยิบน้ำหยิบยาให้ แล้วเธอจะทำยังไง?”
สายตาของวิคตอเรียกระพริบตาปริบ ๆ มองคนตรงหน้าลอดผ่านผ้าห่มที่ถูกดึงขึ้นมาปิดถึงครึ่งใบหน้า

“ไม่ไปไหนทั้งนั้น ฉันจะอยู่ตรงนี้แหละ จนกว่าเธอจะหายไข้”

และสุดท้ายคนที่หยุดเรียนโดยไม่มีสาเหตุอย่างแอมเบอร์ ก็ลงเอยโดยการโดนออกมาทำโทษหน้าห้องเรียนอย่างปฏิเสธไม่ได้

.


“ป้านึกว่าพวกเธอจะย้ายไปอยู่ด้วยกันซะอีก พวกเธอรักกันมากเลยนี่นา”
วิคตอเรียแค่นยิ้มออกมา แล้วส่ายหน้าช้า ๆ


ที่ว่าพวกเขารักกันน่ะมันก็จริงอยู่ แต่ความรักนั้นมันก็มีอยู่หลายรูปแบบ
ถึงปากจะพูดคำว่ารักออกมาเหมือนกัน แต่ความหมายของคนสองคนกลับต่างกัน
คนนึงมีความรักให้กันแบบพี่น้อง  .. แต่ของอีกคน กลับมากกว่านั้น

“ความรักแบบเด็ก ๆ มันคงจะอยู่ได้ไม่ยืนหรอกค่ะคุณป้า”
หญิงชราสังเกตเห็นได้ถึงแววตาอันเศร้าของหญิงสาว


ทำไมป้าเองจะดูไม่ออกว่าวิคตอเรียนั้นรักแอมเบอร์มาก แล้วตัวแอมเบอร์เองก็รักวิคตอเรียมากเหมือนกัน 
ทั้ง ๆ ที่ 2 คนนี้น่าจะใจตรงกันแท้ ๆ แต่ทำไมวิคตอเรียถึงยังปฏิเสธออกมา

 


เพราะเส้นขั้นบาง ๆ ของคำว่า ‘พี่น้อง’ อย่างนั้นหรือ?

 

 


.

 


.


หลังจากที่คุณป้าขอตัวกลับไปทำอาหาร วิคตอเรียก็ได้โอกาสเข้ามาสำรวจบ้านหลังเดิมที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ไปนาน อาจจะมีฝุ่นเกาะอยู่บ้างแต่เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างก็ยังคงถูกจัดวางไว้เฉกเช่นเดิม วิคตอเรียเดินขึ้นมาจนถึงชั้นสองของบ้าน แล้วมาหยุดลงที่หน้าห้องนอนของตัวเอง


ลูกบิดหมุนไปตามแรงของมือบาง มืออีกข้างใช้ผลักบานประตู ขาเรียวยาวก้าวเข้าไปในห้องนอนที่เต็มไปด้วยความทรงจำต่าง ๆ นานา เตียงขาวกว้างใหญ่ที่มักจะมีร่างของใครอีกคนมานอนเบียดอยู่เสมอ ๆ

 

 

“นี่แอมเบอร์ ตื่นได้แล้ว”
 วิคตอเรียยืนมองร่างบนเตียง ที่เอาแต่นอนขี้เซา บ้านก็มีให้นอนแต่กลับไม่ไปนอน แล้ววันนี้เป็นวันหยุดไหนสัญญากันแล้ว ว่าจะไปเล่นน้ำทะเลด้วยกัน

“อืมม~ ไม่เอาอ่ะยังไม่อยากตื่นเลย”
พูดทั้ง ๆ ที่เปลือกตายังคงปิดอยู่ หนำซ้ำยังขดตัวให้เล็กลงแล้วมุดหาความอบอุ่นจากใต้ผ้าห่มผืนหนาอีกต่างหาก

“งั้นสัญญากันทำไมว่าจะไปด้วยกัน ถ้าทำแบบนี้ทีหลังก็ไม่ต้องมาพูด!”
อุตส่าแหกตาตื่นมาเตรียมตัวจัดข้าวของแต่เช้า ทั้ง ๆ ที่แอมเบอร์พูดเองว่าให้ทำข้าวกล่องเผื่อด้วย จัดอะไรเสร็จเรียบร้อยแล้วค่อยมาปลุก
แต่พอมาปลุกก็ไม่ยอมตื่น แล้วอย่างนี้มันน่าโมโหมั๊ยล่ะ

วิคตอเรียหันหลังให้กับร่างที่นอนอยู่บนเตียง อยากจะเดินไปเทข้าวกล่องที่ทำเผื่อให้ ให้สุนัขข้างบ้านกินซะให้รู้แล้วรู้รอด แต่มือของอีกคน
กลับไวกว่าความคิดของวิคตอเรียนัก แขนยาวคว้าหมับเข้าที่เอวบางแล้วรวบลงมากอด วิคตอเรียเซไปตามแรงของคนขี้เซาจนล้มลงไปนอนอยู่บนเตียง

“นี่ ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ!”
มือบางพยายามแกะหนวดปลาหมึกที่เกาะก่ายอยู่ตรงหน้าท้อง พยายามดิ้นให้หลุดพ้นจากอ้อมกอดไอ้คนขี้เซานี่ซะให้ได้

“อ๋า~ วิคตอเรียนี่ตัวนุ่มจังเลยน้า~”

“ไอ้เด็กบ้า ปล่อยเดี๋ยวนี้”

“ไม่ปล่อยหรอก ขอนอนกอดวิคตอเรียแบบนี้นี่แหละ”
ไม่ใช่แค่มือที่กอดรัดร่างบางจนแน่น จมูกโด่งไม่ลืมที่จะซุกไซร้ไปที่เรือนผมนุ่มแล้วสูดความหอมจากร่างบางอย่างเอาแต่ใจ

“บอกให้ปล่อยยังไงเล่า นี่เคยเชื่อฟังอะไรเราบ้างไหม แล้วบอกกี่ครั้งแล้วว่าเราเป็นพี่ ทำไมไม่เรียกเราว่าพี่ห๊ะ”
แอมเบอร์ได้ยินแล้วก็นึกขำกับคำพูดของวิคตอเรีย ก็ดูท่าทางของตัวเองซะก่อนเถอะ สู้คนยังแทบจะไม่ได้ แล้วยังจะให้เรียกว่าพี่ไหวได้ยังไงกัน   วิคตอเรีย! 

“ก็ใคร ๆ แถวนี้เค้าก็เรียกวิคตอเรียว่าพี่กันทั้งนั้น เรียกวิคตอเรียเฉย ๆ นี่แหละดีแล้ว จะได้ไม่เหมือนคนอื่น”
แก้ตัวอย่างข้าง ๆ คู ๆ แต่แอมเบอร์รู้ดีว่า ไม่ว่าจะพูดอะไรออกไปยังไงคนตรงหน้านี้ก็จะเชื่อคำพูดของเค้าทุกคำอยู่แล้วล่ะ แล้วมันก็จริงอย่างที่แอมเบอร์คิดไว้
วิคตอเรียไม่ตอบโต้อะไรกลับมา แต่กลับนอนนิ่งให้แอมเบอร์กอบโกยหากำไรจากร่างบางต่อไป


“จะไม่ไปทะเลแล้วจริง ๆ หรอ”
เสียงหวานเอ่ยถาม ทั้ง ๆ ที่ยังหันหลังให้กันอยู่

“อืม .. ขอนอนกอดแบบนี้แหละ”

“แต่เราทำข้าวกล่องไว้แล้วนะ”

“ไม่เห็นเป็นไรเลย หิวแล้วค่อยลงไปกินก็ได้”

“แล้ว  ...”
เสียงหวานเจื้อยแจ้วเงียบลงเมื่อรู้สึกได้ถึงลมหายใจของอีกคนที่พ่นออกมาอย่างสม่ำเสมอ
คงหลับแล้วสินะ .. อะไรกัน ฟังที่จะพูดให้หมดก่อนก็ไม่ได้ มาชิงหลับก่อนซะนี่


แต่หลับไปแล้วก็ดีเหมือนกัน เพราะวิคตอเรียเองก็ไม่อยากให้คนคนนี้ได้ยินเท่าไหร่หรอกนะ

 


ได้ยินเสียงเต้นของหัวใจ ที่ตอนนี้มันเต้นดัง ซะยิ่งกว่าเสียงรัวกลองซะอีก


.

 

 

วิคตอเรียเดินมาหยุดลงที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งแล้วหย่อนตัวลงนั่ง มองชั้นลิ้นชักที่คุ้นตา
ลิ้นชักที่เต็มไปด้วยรูปภาพแห่งความทรงจำ รูปภาพที่วิคตอเรียจงใจจะทิ้งมันไว้ในนี้ เก็บไว้แต่เพียงในนี้ เก็บไว้ให้มันเป็นแค่เพียงอดีต

รูปภาพของคนสองคนที่กำลังยืนกอดคอกัน เด็กผู้หญิงผมสั้นที่ยิ้มกว้างในภาพกำลังโอบไหล่เด็กผู้หญิงผมยาวเลยบ่าที่ยืนยิ้มหวานกอดตุ๊กตาหมีตัวโต ภาพที่ถูกถ่ายไว้ตอนวันเกิดของวิคตอเรีย 

 

“แฮปปี้เบิร์ดเดย์ วิคตอเรีย”
มือที่ทาบปิดอยู่บนดวงตาสวยถูกเปิดออก เผยให้เห็นตุ๊กตาตัวโตที่ตั้งอยู่ตรงหน้า ตุ๊กตาหมีสีขาวตัวใหญ่ขนาดพอ ๆ กับตัววิคตอเรียในตอนนั้น

“น่ารักจังเลย! ให้เราจริง ๆ หรอเนี่ย”
ว่าแล้วก็วิ่งเข้าไปกอดตุ๊กตาหมีตัวโตอย่างเอ็นดู จนทำให้คนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ รู้สึกหมั่นไส้เจ้าตุ๊กตาหมีตัวนั้นขึ้นมานิด ๆ

“นี่~ คนซื้อให้ก็น่ารักเหมือนกันนะ ไม่เห็นจะเข้ามากอดมั่งเลย”
ท่าทางของแอมเบอร์ ทำให้วิคตอเรียอดที่จะขำเสียมิได้

“ฮ่าฮ่า ก็น่ารักทั้งตุ๊กตาทั้งคนซื้อให้นั่นแหละ ขอบคุณนะ”
ว่าแล้วเดินเข้ามากอดทั้ง ๆ ที่อีกมือยังคงไม่ปล่อยตุ๊กตาไป

“ขอรางวัลหน่อยสิ”

“รางวัล?”

“ก็รางวัลไง กว่าจะเก็บตังค์ซื้อไอ้ตัวนี้ให้ได้ ผอมลงตั้งหลายขีด”
พูดจบก็พองลมไว้ในแก้มนิด ๆ แล้วยื่นแก้มใส ๆ ไปให้ เตรียมตัวพร้อมรับ ’รางวัล’ ที่ว่าเต็มที่

“แหม .. นี่มันวันเกิดเรานะ ทำไมต้องให้รางวัลด้วยก็ไม่รู้”
ทำเป็นพูดไป .. แต่สุดท้ายก็ยอมฝังจมูกลงไปหอมแก้มใสนั่นอยู่ดี

พอให้รางวัลเสร็จก็รีบหันหลังให้แล้วเดินกระทืบเท้าตึงตังออกไป วิคตอเรียจะทันเห็นรึเปล่านะ ว่าตอนนี้สีหน้าของแอมเบอร์นั้นมีความสุขขนาดไหน แถมยังไม่ลืมที่จะส่งเสียงตะโกนที่ดังตามหลังจนทำให้คนที่ได้ยินหน้าแดงซ่านอยู่แล้ว กลับร้อนผ่าวจะแทบระเบิด


“ฉันรักเธอนะ วิคตอเรีย~”

 

ทั้ง ๆ ที่ความคิดในตอนนั้น คิดอยู่เสมอว่าอยากให้ความสุขแบบนี้อยู่กับเราตลอดไป แต่ทำไมตอนนี้เรากลับรู้สึกอยากจะลืมกันนะ อยากจะลืมไปให้หมด ๆ ว่าเราเคยมีความสุขขนาดไหน เพราะยิ่งนึกและจำมันได้มากเท่าไหร่ ก็เห็นจะมีแต่ทำร้ายหัวใจของตัวเองทั้งนั้น

รูปทุกใบค่อย ๆ ถูกหยิบขึ้นมาเรียงรายจนเต็มโต๊ะ ไม่มีรูปไหนเลยสักรูปที่จะไม่มีใบหน้ายิ้มแย้มของแอมเบอร์

.


“แอมเบอร์ย้ายไปเรียนที่อเมริกาแล้วจ๊ะ เมื่อวานก็เห็นอยู่ด้วยกันทั้งวันนี่ เค้าไม่ได้บอกหนูหรอกหรือจ๊ะ”
คุณน้าแม่บ้าน ออกมาหา เมื่อเห็นวิคตอเรียมายืนรอแอมเบอร์อยู่หน้าบ้าน เหมือนเช่นที่ทำอยู่เป็นประจำ

“ย้าย .. ย้ายไปแล้ว!?”
ไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน น้ำเสียงที่ถามสั่นไหวเพราะความตกใจ อะไรกัน เมื่อวานแอมเบอร์ยังอยู่ฉลองวันเกิดให้อยู่เลย แล้ววันนี้ .. วันนี้แอมเบอร์ไปไหน ทำไม ทำไมถึงไม่บอกอะไรกันเลยสักคำ? วิคตอเรียพาร่างอันไร้เรี่ยวแรงกลับมาที่ห้องของตัวเอง เพียงแค่บานประตูปิดลง ร่างกายก็ทรุดลงฮวบ

 


ไหนเคยพูดว่าจะอยู่ด้วยกัน ..
ไหนเคยบอกว่าจะไม่แยกกันไปไหน ..
ใครกันที่เคยพูดว่าที่ไหนมีวิคตอเรีย ที่นั่นก็ต้องมีแอมเบอร์อยู่ด้วย

 

แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น?
หรือว่ามันเป็นแค่คำพูด คำสัญญาลอย ๆ ของเด็กคนนึง 
เด็กที่คงไม่เคยคิดอะไรกับคนคนนี้มากกว่าพี่สาว
หรือว่าความจริงแล้วคนที่เชื่อในคำพูดของกันละกันนั้น .. จะมีแต่วิคตอเรียคนนี้เพียงคนเดียว


“ไม่จริง .. ไม่จริงใช่มั๊ย ฮึก~”
พร่ำถามตัวเองเหมือนคนบ้า ริมฝีปากบางสั่นระริก น้ำตาแห่งความเศร้าที่เก็บไว้ไม่อยู่ไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย มือบางทำได้เพียงกอดร่างของตัวเองที่มันกำลังสั่นจนตัวโยน

 


เพราะคงจะไม่มีอีกแล้ว .. คนที่จะมานั่งกอดปลอบประโลมเมื่อวิคตอเรียคนนี้กำลังร้องไห้ด้วยความเสียใจ

 


และวันนั้นเอง จึงเป็นวันที่วิคตอเรียตัดสินใจขอร้องพ่อแม่ให้ย้ายไปอยู่ที่อื่น อยากจะย้ายไปให้ไกลจากสถานที่นี้
ไปที่ไหนก็ได้ที่ทำให้ไม่ต้องนึกถึงแอมเบอร์ อยากจะหนีไปจากความเจ็บปวด เพราะถ้าวิคตอเรียยังฝืนทนอยู่ที่นี่ต่อไป
มันคงไม่มีวันไหนสักวันที่วิคตอเรียจะไม่คิดถึง

 


คิดถึงคนที่วิคตอเรียรัก .. สุดหัวใจ

 

.

 


วิคตอเรียนั่งนึกอะไรเพลิน ๆ อยู่ในบ้านอีกพักใหญ่ ๆ กว่าจะรู้ตัวอีกที เวลาก็ล่วงเลยมาจนมืดค่ำเสียแล้ว

“อ้าว หนูวิคตอเรียจะกลับแล้วหรือจ๊ะ?”
คุณป้าคนเดิมถามขึ้น เมื่อเห็นว่าวิคตอเรียกำลังเดินออกมาจากตัวบ้าน ในมือของคุณป้ามีถุงขนม ที่วิคตอเรียคิดว่าคุณป้าคงทำมาฝากอีกตามเคย

“เดินเล่นอีกสักพัก ก็คงจะกลับแล้วล่ะค่ะ หนูไม่ได้ขับรถมา ถ้าไม่ทันรถไฟเที่ยวสุดท้ายแล้วจะแย่เอา”
วิคตอเรียตอบด้วยรอยยิ้มเหมือนทุกครั้ง

“งั้นเอาขนมกลับไปทานซะนะ ป้าทำมาฝาก”

“ขอบคุณนะคะคุณป้า หนูสัญญาว่าหนูจะกลับมาเยี่ยมคุณป้าบ่อย ๆ“

เมื่อกอดลาคุณป้าเป็นที่เรียบร้อย วิคตอเรียก็พาตัวเองเดินมาจนถึงริมชายหาดอีกครั้ง แล้วหยุดลงที่ชิงช้ายักษ์ใต้ต้นไม้ใหญ่ ทิ้งตัวลงนั่นบนชิงช้า
ออกแรงไกวมันเบา ๆ สายตาทอดเหม่อมองทะเล ถึงแม้ว่าท้องฟ้ามันจะมืดแล้ว แต่วิคตอเรียก็ยังจะพอมองเห็น ผืนทะเลที่กว้างใหญ่จนสุดลูกหูลูกตา

ทุกครั้งที่มีเรื่องให้ทะเลาะกับแอมเบอร์ วิคตอเรียต้องวิ่งหนีมาที่นี่มานั่งร้องไห้ตรงชิงช้านี้ แล้วแอมเบอร์ก็จะวิ่งตามมาปลอบที่นี่ทุกครั้ง แต่ตอนนี้มันคงไม่มีอีกแล้วสินะ ..

ก้มมองลงดูนาฬิกา .. อีก 15 นาทีก็จะเป็นเวลาเที่ยงคืน
ถ้าข้ามวันนี้ไป ก็จะเป็นวันเกิดของแอมเบอร์แล้ว


“แอมเบอร์ ...”
เอ่ยชื่อเรียก .. ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าคนคนนั้นคงไม่มีทางได้ยิน

“ฉันคิดถึงเธอนะ”

“ทำไมทั้ง ๆ ที่คิดว่าน่าจะตัดใจได้แล้ว”

“แต่กลับทำมันไม่ได้สักที ... ทุก ๆ ครั้งที่คิดว่าจะตัดใจ ตรง ๆ นี้มันเจ็บ”
มือบางขยำเสื้อตรงอกซ้ายจนเป็นรอยยับ ขอบตาใสคลอหน่วงไปด้วยน้ำตา

“เจ็บ .. ฮึก~ .. เราเจ็บจังเลยแอมเบอร์”
พยายามกัดปาก เก็บเสียงร้องไห้เอาไว้ให้เงียบที่สุด

“อยากเจอหน้า .. ฮึก คิดถึง คิดถึงเหลือเกิน”

 

 

“ก็อยู่ตรงนี้แล้วไง”
ร่างบางไหวไหล่หันกลับไปตามต้นเสียง แล้วก็ได้แต่ยืนนิ่งและอึ้งกับภาพตรงหน้า
สายตาของคนสองคนประสานกันอยู่นาน

 


“หายไปไหนมา .. รู้มั๊ยว่าคิดถึง คิดถึงมาก”
ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ จนแอมเบอร์อดที่จะรู้สึกผิดไม่ได้


“ขอโทษ”


“ทำไมไม่ยอมบอกเราว่าจะไปอเมริกา ฮึก~ .. ทำไม”

“ไหนเคยบอกว่ารักเรา”
น้ำใส ๆ ยังคงไหลจากเรียวตาหวานเป็นทางไม่ขาดสาย

“ไหนเคยบอกเราว่าจะไม่ทิ้งกันไปไง”

 

“ขอโทษ ฉันขอโทษ”
เอ่ยด้วยเสียงแหบทุ้ม ไม่รู้ว่าจะพูดว่าอย่างไร ไม่รู้ว่าต้องพูดอะไร ถึงจะสาสมแก่ความผิดที่ตัวเองทำไว้กับร่างบางตรงหน้านี้


รู้แค่ว่าตอนนี้ .. ไม่อยากปล่อยไปไหนอีกแล้ว

 

แขนยาวเอื้อมร่างที่กำลังร้องไห้มากอดเอาไว้ คอยพร่ำกระซิบที่ข้างหูเบา ๆ

“ขอโทษ .. ขอโทษที่ทิ้งกันไป”
 วิคตอเรียยังคงยืนสะอื้นจนตัวโยน ทำให้แอมเบอร์ต้องกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น

“สัญญา .. ว่าจะไม่ทิ้งไปไหนอีกแล้ว ไม่มีวัน”
ยิ่งมีถ้อยคำหลุดออกมาจากปากของแอมเบอร์มากเท่าไหร่ ก็ดูเหมือนว่าวิคตอเรียจะร้องไห้หนักมากขึ้นทุกที


“ไม่รู้ว่าพูดตอนนี้จะยังทันมั๊ย?”
แอมเบอร์คลายอ้อมกอดให้หลวมขึ้น แล้วเชยคางเจ้าของใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ให้ขึ้นมาสบตากัน
ตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาหวาน ก่อนที่จะเอ่ยคำพูดที่อยู่ในใจออกมา

 

คำพูดที่ทำให้คนฟังอย่างวิคตอเรีย แทบจะลืมหายใจ

 


“ฉันรักเธอ .. ”

 

“แอมเบอร์คนนี้ รักวิคตอเรีย ได้ยินไหม? คนดี”

แค่เพียงคำว่า ’รัก’ คำเดียวจากปากของแอมเบอร์ เพียงแค่นี้วิคตอเรียก็ไม่ต้องการคำแก้ตัวใด ๆ จากคนคนนี้อีกแล้ว

 

“เราก็รักเธอ .. วิคตอเรียคนนี้ก็รักแอมเบอร์เหมือนกัน”

 


END ?  หึหึ

 

Talk’s ^^’ :: มันจบแบบ งง ๆ ? (หัวเราะคนเดียวอย่างบ้าคลั่ง) ขอสารภาพออกมาจากเบื้องลึกของหัวใจ
การแต่งฟิคยูริ มันเป็นอะไรที่โคดจะยากสำหรับเรา T T’ 
เอาเถอะ .. เรื่องแรกมันเป็นแค่จุดเริ่มต้น ~
เนื้อเรื่องมันไม่ค่อยมีอะไรเลยใช่ม๊า~ ไม่รู้ว่าคนแต่งมันจะดองอะไรหลายวันนักหนา
พอมานั่งนับวันอีกที .. ตายล่ะสิ แต่งไม่ทันวันเกิดแอมเบอร์แน่ ๆ
ก็เลยปั่นหักมุมไปหักมุมมา แล้วได้ออกมาอย่างที่เห็น =_=;


ปล. ฟิคเรื่องนี้ตั้งใจอย่างมากว่าจะลงให้ทันวันเกิดของคุณอำพัน
แต่ตอนนี้ที่อเมริกามันยังไม่เลยวันที่ 18 เลยนะ ..
แสดงว่าเราแต่งฟิคลงตอนนี้ยังทันวันเกิดของแอมใช้ไม๊ (ดูมันหาข้ออ้าง..)
555555555555555555555555 5555 5.

หวังว่าเราจะได้พบกันใหม่ ในผลงานชิ้นต่อไปฮะ~ (จะมีใครเค้าอยากเจอ?)

XXX.XDXD

edit @ 19 Sep 2009 02:06:29 by น า ก า เ ม ะ*